07 Jun 2010 |
|
นับว่าโลกของเราได้เจริญและพัฒนาไปกันอย่างรวดเร็ว เกินที่คนจะตามทัน ความเจริญในด้านวัตถุกับรุดหน้าไปอย่างคาดไม่ถึงและผู้คนเดี๋ยวนี้กับเป็นทาศของวัตถุไปเสียแล้ว
แต่ในทางกลับกันคนเรากับมีจิตใจที่ตกต่ำลงอย่างมากดิ้นรนทำทุกวิธีทางเพื่อให้ได้สิ่งนั้นมาไม่ว่าการกระทำจะผิดหรือถูกก็ตาม....และในปัจจุปันทำให้เรามองข้ามความจริงและเป็นวิธีที่ถูกต้อง 1.ความจริงคืออะไร 2.ความไม่จริงคืออะไร ทั้งสองข้อคือประเด็นที่เชื่อมต่อ กับ ข้อเท็จจริงในเรื่องต่างๆ ที่จะหยิบขึ้นมาเป็นประเด็นต่างๆ ประมาณว่า เหมือนกับคำถามง่ายๆว่า ไก่หรือไข่ อะไรเกิดก่อนกัน และในข้อของความจริงและความไม่จริงต่างอยู่บนพื้นฐาน ของค่าสมมุติฐาน ที่อยู่บนหลักของความเป็นจริง มีเหตุมีผล เหมือนหลักของวิทยาศาตร์ ที่ต้องพิสูจน์ให้เห็นในข้อเท็จริงมายืนยันและสามารถเชื่อถือได้ และขอหยิบประเด็นสักหนึ่งข้อ เป็นประเด็น ที่ว่าเรื่องของการบริโภคสื่อ.... จะเห็นได้ว่าโลกของเราเจริญไปมาก เราบริโภคสื่อทั่ง ทีวี หนังสื่อพิมพ์ อินเตอร์เน็ต ทั่งทุกสื่อต่างมีคุณและโทษ พร้อมๆกัน และนี้คือประเด็นที่เราหยิบขึ้น มาว่าอะไรคือความจริง หรือไม่จริง จากที่รับข่าวสารกันมาทำให้แตกออกทางด้านความคิดออกไปในหลายๆทางและทำให้เกิดความสับสน เพราะคนที่บริโภคขาดการตั้งอยู่บน สมมุตฐาน และ ความเป็นจริง ที่ยังขาดในการพิสูจน์ แต่กับ ตั้งสมมุติฐานแบบง่ายๆ ที่พิสูจน์ไม่ได้ และลำเอียงในข้อเท็จจริงที่ค่อนข้างเข้าหาตัวเอง และจับประเด็นวิเคราะห์กันอย่างไม่ถูกต้องและสิ่งเหล่านี้คือทำให้เกิดความคิดที่แตกแยก แบบผู้ไม่รู้จริงแต่คิดว่าตัวเองรู้จริง ความจริงคือสิ่งที่พิสูจน์ได้ วิเคราะน์จับประเด็นต่างๆได้ไม่ว่าจะออกเป็นในรูปแบบใหนบทสุรุปจะชัดเจนเหมือนกับค่าตั้งตน ส่วนความไม่จริงเป็นสิ่งที่พิสูจน์ไม่ได้ยิ่งแตกประเด็นยิ่งจับต้นชนปลายไม่ถูกและยิ่งเลอะเถอะไปกันใหญ่ ดังนั้นไม่ว่าเราจะเห็นด้วยตาหรือไม่เห็นด้วยตาหรือได้อ่านได้ฟังมาก็ตาม อย่าพึ่งเชื่อ จนกว่าเราจะพิสูจน์ในข้อเท็จจริง และอยู่บนพื้นฐานของความถูกต้องที่ต้องขาดการลำเอียงมิฉะนั้นย่อมทำให้นำไปสื่อในสิ่งที่เรียกว่าความแตกแยกที่ว่า
....คนเรากับมีจิตใจที่ตกต่ำลงอย่างมากดิ้นรนทำทุกวิธีทางเพื่อให้ได้สิ่งนั้นมาไม่ว่าการกระทำจะผิดหรือถูกก็ตาม....และในปัจจุปันทำให้เรามองข้ามความจริงและเป็นวิธีที่ถูกต้อง |